สะสางรีวิวดีก่า...(ก่อนจะมาลงรูปต่อ ฮา)

 

Never Let Me Go : Kasuo Ishiguro

เนื่องจากเห็นว่าเล่มมันบางๆ จขบ.เลยแบกขึ้นเครื่องตอนไปเกาหลี เมื่ออ่านจบและพบว่า...มันน่าเบื่อมากกก *กรีดร้องโหยหวน* ถึงแม้ว่าพล็อตจะน่าสนใจ Kazuo Ishiguro เป็นนักเขียนที่ชอบ อีกทั้งยังเป็นหนังสือระดับรางวี่รางวัล แต่จขบ.ก็ยังจะกรีดร้องอย่างภาคภูมิว่ามันน่าเบื่อมากกก

ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่ามันเป็นหนังสือไม่ดี และใครจะคิดว่ามันจะเป็นมาแนวไซไฟ-ดราม่าขนาดหนัก o.O (แม้ว่าความดราม่าสุดตรีนนี่รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วตั้งแต่เห็นชื่อคนเขียน มันไม่ใช่ Battlestar Galatica หรอกมั้งจ๊ะ...เพราะมันไร้แอคชั่นไปเลยอ้ะ ฮา)

จะว่าไป มันก็เป็นหนังสือที่น่าเบื่ออย่างจงใจ - -" ซึ่งจขบ.ว่าการเขียนหนังสือให้หวือหวาน่าจะง่ายกว่าเขียนให้เรียบ น่าเบื่อ แต่ละเมียดละไม เหมือนทยอยเขียนไปทีละคำๆ แยบยลเสียจนคนอ่านปฏิเสธไม่ได้ว่า เออ...คนเขียนมันเก่งว่ะ มันต้องเก่งแน่ๆ ไม่งั้นคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้

เรื่องนี้มี first-person narrator คือนางเอก Kathy H. ซึ่งเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมด แล้วชีก็มีชีวิตที่เหมือนจะ "ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว" ชีวิตที่ถูกลิขิตนั้นมันไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปเลย...แต่มันก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือบันเทิงอะไรเลยเช่นกัน ภาษาของเคธี่เป็นภาษาพูดแบบเรียบๆ (เพราะชีเรียบร้อย ไม่โลดโผน) ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ซะงั้น

Kathy H. เล่าว่าเธอและผองเพื่อนโตมาในโรงเรียนประจำที่ชื่อเฮลแชม ซึ่งเป็นเหมือนอีกโลกนึงไปเลย เด็กทุกคนเป็นเด็กพิเศษ (ทุกคนมีนามสกุลเป็นตัวย่อหมด) การศึกษา การเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกับของโลกภายนอก ในโรงเรียนมีความลับแปลกๆ และอย่างที่บอกว่าอนาคตของเด็กพวกนี้โดนกำหนดไว้แล้ว ให้อยู่ในฐานะของผู้บริจาค

(จริงๆแล้วพล็อตเหมือนการ์ตูนออกอวกาศเรื่อง 'เจ้าหญิงจันทรา' หน่อยๆมะ? ฮา)

ไหนๆก็ไหนๆ จขบ.ขอสปอยล์ละกัน XD เด็กๆในเฮลแชมเป็นมนุษย์โคลนค่ะ โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่หลังสงครามโลกและสมมติว่าวิทยาการก้าวหน้าจนคนเราสามารถทำโคลนนิ่งได้สำเร็จ และแล้วเหล่า "คนดี" ทั้งหลายก็มีมนุษยธรรมด้วยการพยายามสอนและปลูกฝังศิลปะและวัฒนธรรมลงไปด้วย (อารมณ์เหมือนเลี้ยงหมูในห้องแอร์ ให้กินแต่ของดีๆ วิ่งเล่นหลั่นล้าๆจะได้มีแฮปปี้ และกลายเป็นเนื้อที่อร่อย กินแล้วไม่จิตตก o.O') 

จุดประสงค์ในการมีอยู่ของเด็กพวกนี้ก็คือการเป็นผู้บริจาคนั่นเอง ชีวิตของมนุษย์โคลนจึงไม่มีนามสกุล ไม่มีเป้าหมายอื่นในชีวิต มีรัก โลภ โกรธ หลง แต่ก็อยู่ไปวันๆแบบที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำกว่ากำลังอยู่ไปวันๆ เพราะไม่สามารถถีบตัวเองออกจากกรอบที่ถูกวางเอาไว้ได้  

คนเขียนดึงคนอ่านให้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศแปลกแยก มีชีวิตแบบไร้ชีวิตชีวา ตัวเคธี่ก็ย้ำว่า ชีก็ไม่รู้ว่าโลกภายนอกมันเป็นยังไง หรือที่ที่เราๆ (คนอ่าน) อยู่กันนั้นเค้ามีวัฒนธรรมอย่างไร แต่ที่เฮลแชมที่เธออยู่นะ มันเป็นอย่างนี้...โดยทิ้งให้คนอ่านรู้สึกได้เองว่ามันเหมือนอยู่ต่างมิติ หรืออยู่กันคนละโลกเลยว่ะ พวกนี้ทำไรกันประหลาดๆเนอะ ฯลฯ

จขบ.เข้าใจว่านั่นคงเป็นเจตนาของคนเขียนในการสร้างความลักลั่นย้อนแย้งให้บังเกิดแก่คนอ่านค่ะ ความแตกต่างของโลกภายนอกกับโลกโรงเรียนกินนอนของนางเอก เรารู้สึกว่าโลกของนางเอกโคตรไม่มีสีสัน โคตรน่าเบื่อ ทุกคนอยู่ในกรอบเดียวๆกันหมด แต่เอาเข้าจริง พอมาคิดดูใหม่ มันก็ไม่ได้ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงเท่าไหร่เลย (ถึงแม้ในเฮลแชมจะไม่เล่นกีฬาสีกันก็ตาม)

บทสรุปของเรื่องก็ธรรมดาแบบไม่ธรรมดา เพราะมันคือความจริงที่ธรรมดาแต่ก็บัดซบมาก และคนอ่านอย่างเราๆก็รับรู้อย่างเปิดว่ามันต้องลงเอยแบบนี้แหงๆมาตั้งแต่กลางเรื่อง

(ตกลงนี่ชั้นอ่านไปทำไมเนี่ย *ล้มโต๊ะ*)

ก็ตอบได้อยู่ดีแหละค่ะว่าอ่านเพื่อความกระจ่าง ฮา... 

*

The Quote

"I was weeping for an altogether different reason. When I watched you dancing that day, I saw something else. I saw a new world coming rapidly. More scientific, efficient, yes. More cures for the old sicknesses. Very good. But a harsh, cruel world. And I saw a little girl, her eyes tightly closed, holding to her breast the old kind world, one that she knew in her heart could not remian, and she was holding it and pleading, never to let her go".

เป็นย่อหน้าที่สรุปแก่นเรื่องได้ดีง่ายๆว่าความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้โลกร้อนนั่นเองจ๊ะ ^^" สังคมเสื่อมลงเพราะเราไม่ได้ถูกสอนมาให้สนใจอย่างอื่นมากไปกว่าเอาตัวให้รอด

น่าเบื่อมว้ากกก เนอะ

*

 

Comment

Comment:

Tweet

ไปเห็นเฟสมา กะว่าจะซื้อ แต่พอมาเห็นรีวิวนี้แล้วก็คิดหนักแฮะ
เพิ่งได้ ดูหนังไป ครึ่งแผ่น ดูต่อไม่ไหว

#4 By Better Man (124.121.147.126) on 2011-06-29 09:29

ในเดือนแห่งความรักไปเที่ยวที่หอมหมื่นลี้ ฮิลล์ รีสอร์ท ด้วยกันดีกว่า ฟรีด้วย http://www.edtguide.com/activity/giveaway/giveaway_question.php?id=136

#3 By hing (210.246.156.71) on 2010-02-09 09:25

I've been reading this novel but haven't finised it yet. Uhmmmmmm
It seems to be so boring but it does drag my attention.

#2 By Som-O (161.200.174.61) on 2009-07-18 18:23

เหมือนหนังเรื่อง the island เลยค่ะ
แต่อันนั้นยังพอมี action sad smile

#1 By มุก on 2009-05-14 12:09